การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบระดับราคาที่ 157.52 เกิดขึ้นในช่วงที่ตัวชี้วัด MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากระดับศูนย์ ซึ่งยืนยันจุดเข้า Buy ดอลลาร์ที่ถูกต้อง ผลลัพธ์คือคู่เงินปรับตัวขึ้นเพียง 15 จุดเท่านั้น
ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายนจะได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดจากบรรดาเทรดเดอร์ ตัวชี้วัดนี้ซึ่งติดตามความผันผวนของราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง เป็นหนึ่งในเกณฑ์ชี้วัดสำคัญของ Federal Reserve ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการวิเคราะห์ Core CPI ซึ่งตัดองค์ประกอบที่มีความผันผวนสูงอย่างราคาอาหารและพลังงานออกไป มาตรการนี้มักถูกมองว่าเชื่อถือได้มากกว่าในการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงาน การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของ Core CPI จะช่วยให้ประเมินได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังทรงตัวหรือทวีความรุนแรงขึ้น
นอกเหนือจากตัวเลขสถิติแล้ว ตลาดยังจะจับตาดูถ้อยแถลงต่อสาธารณะของสมาชิก Federal Open Market Committee อย่าง Austan D. Goolsbee อย่างใกล้ชิด ข้อมูลหรือความเห็นที่ออกมาเหนือความคาดหมายอาจจุดชนวนให้เกิดความผันผวนเพิ่มขึ้นในตลาดการเงินได้
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับการใช้ Scenario ที่ 1 และ Scenario ที่ 2 มากเป็นพิเศษ
สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1
วันนี้ฉันวางแผนจะซื้อ USD/JPY เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 157.67 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการปรับตัวขึ้นไปยังระดับ 158.15 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณ 158.15 ฉันวางแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายสวนทาง โดยคาดหวังการกลับตัวลงจากระดับดังกล่าวประมาณ 30–35 จุด แนวโน้มการปรับขึ้นต่อของคู่เงินในวันนี้จะมีน้ำหนักหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี
สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2
ฉันวางแผนจะซื้อ USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับราคา 157.50 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงิน และเอื้อให้เกิดการกลับตัวขึ้นของตลาด จากนั้นจึงคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปยังระดับตรงข้ามที่ 157.67 และ 158.15 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1
ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY วันนี้หลังจากที่ราคาทะลุหลุดระดับ 157.50 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ลงมา ซึ่งจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งผู้ขายจะอยู่ที่ระดับ 157.16 ซึ่งฉันวางแผนจะปิดสถานะขาย และเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที โดยคาดหวังการกลับตัวขึ้นจากระดับดังกล่าวประมาณ 20–25 จุด แรงกดดันต่อคู่เงินมีแนวโน้มจะกลับมาในวันนี้ หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอ
สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2
ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับราคา 157.67 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงิน และเอื้อให้เกิดการกลับตัวลงของตลาด จากนั้นจึงคาดหวังการปรับตัวลงสู่ระดับตรงข้ามที่ 157.50 และ 157.16 ได้
มีอะไรอยู่บนกราฟบ้าง
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเข้าเทรดที่สามารถใช้เป็นจุด “ซื้อ” สินค้าโครงการ (ตราสารเทรด);
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับ Take Profit โดยประมาณ หรือโซนที่สามารถล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเข้าเทรดที่สามารถใช้เป็นจุด “ขาย” สินค้าโครงการ (ตราสารเทรด);
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับ Take Profit โดยประมาณ หรือโซนที่สามารถล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อใต้ระดับนี้;
- อินดิเคเตอร์ MACD – ขณะเข้าเทรดในตลาด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold).
สิ่งสำคัญ
เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรตัดสินใจเข้าเทรดในตลาดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนรุนแรงของอัตราแลกเปลี่ยน หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดขนาดการขาดทุน หากไม่มี stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารเงินที่เหมาะสมและเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงเพียงสถานการณ์ตลาดในขณะนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายอินทราเดย์โดยเนื้อแท้